2007/Apr/07



เรื่องเจ้าชายแห่งนครเชียงใหม่กับสาวพม่ามะเมี้ยะ

เกิดขึ้นจริงระหว่าง พ.ศ.๒๔๓๐-๒๔๓๘ ประมาณนั้น

เจ้าชายชื่อว่า ศุขเกษม โอรสเจ้าอุปราช

ซึ่งเป็นอนุชาของเจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยวงศ์

เจ้าผู้ครองนครฯองค์ที่ ๘

เวลานั้นอายุของเจ้าศุขเกษมเห็นจะประมาณ ๑๖-๑๗

เจ้าพ่อจึงส่งไปเรียนต่อที่เมืองมะละแหม่ง

เจ้าศุขเกษม อยู่พม่า ๕ ปี กำลังหนุ่มคะนอง

เกิดไปรักใคร่กันกับผู้หญิงพม่า***บุหรี่ในตลาดชื่อมะเมี้ยะ

เมื่อกลับเชียงใหม่ จึงแอบพามะเมี้ยะมาด้วย

ครั้นเจ้าพ่อและเจ้าหลวงทราบเรื่อง ก็แน่ละ...

ย่อมต้องบังคับให้เลิกกัน และส่งมะเมี้ยะกลับ

ทั้งนี้เหตุผลมิใช่อยู่ที่การต่างชั้นวรรณะ

เพราะเจ้านายนั้นจะมีเมียสักกี่คนก็ได้

ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้า

แม้พระเจ้าอินทวิไชยยานนท์ (หรืออินทวิชยานนท์)

เจ้าพ่อของเจ้าหลวงอินทวโรรสฯ

และเจ้าอุปราชเองก็มีชายาแรกเป็นช่างซอ

และมีชายาอีกหลายคน

ก่อนจะอภิเษกกับแม่เจ้าทิพไกรสร (หรือทิพเกษร)

ทว่าความสำคัญอยู่ที่มะเมี้ยะนั้น
คือสัญชาติอังกฤษ

เวลานั้นอังกฤษเข้าครอบครองพม่าอยู่

การที่เจ้านายเชียงใหม่ ผู้เป็นโอรสใหญ่ของเจ้าอุปราช

และอาจได้ขึ้นเป็นเจ้าครองนครเชียงใหม่ต่อไปข้างหน้า

พาสาวพม่าในบังคับอังกฤษเข้ามาอยู่ในเชียงใหม่นั้น

อาจเป็นเหตุให้เกิดเป็นชนวนการเมืองขึ้นได้

โดยเฉพาะอังกฤษนั้น

พยายามหาหนทางเข้าควบคุมเชียงใหม่อยู่แล้ว

ถึงมีข่าวลือว่า สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียจะขอเจ้าดารารัศมี

ไปเป็นราชบุตรีบุญธรรม

ด้วยเหตุนี้ เจ้าศุขเกษม จึงต้องส่งสาวมะเมี้ยะกลับ

อย่างที่บทเพลงพรรณนาว่า ส่งขึ้นช้างไป



เรื่องประเภทนี้ หากนำมาแต่งเป็นเพลง

หรือนวนิยาย ก็ต้องสร้างบรรยากาศ

หรือจินตนาการให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านหวั่นไหวไปกับตัวนางเอก

พระเอก โดยเฉพาะตอนที่ว่า

มะเมี้ยะสยายผมเช็ดเท้าเจ้าศุขเกษมสามี

เรื่องสยายผมเช็ดเท้าสามียามต้องจากกันนั้น

ว่าที่จริงแล้วคงเป็นธรรมเนียมโดยทั่วไป

ของสตรีพม่าตลอดจนล้านนา

เพราะเมื่อพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

ทราบถวายบังคมลาสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จขึ้น

ไปเยี่ยมเยือนเมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๑ นั้น

เมื่อเสด็จไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟสามเสน

พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ฝ่ายหน้าฝ่ายใน

เสด็จมาส่งกันเป็นจำนวนมาก

(เสด็จโดยรถไฟถึงปากน้ำโพหรือนครสวรรค์

แล้วจึงเสด็จต่อไปโดยขบวนเรือ คือเรือเก๋งประพาส

เรือแม่ปะ เรือสีดอ เรือชล่า)

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล

ซึ่งตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ไปส่งเสด็จด้วย

ได้ทรงนิพนธ์ถึงเรื่องนี้ว่า

พระราชชายาทรงสยายพระเกศาลงยาวเกือบถึงข้อพระบาท

ทรงใช้พระเกศาเช็ดฉลองพระบาท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อกราบถวายบังคมลา

ฝ่ายเจ้าศุขเกษม ครั้นส่งมะเมี้ยะกลับไปแล้ว

อีกไม่นานนักก็ตามเสด็จเจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยวงศ์

เจ้าลุงลงมาเฝ้าพระราชชายาฯเจ้าอาที่กรุงเทพฯ

เจ้าศุขเกษมได้พบกับเจ้าบัวชุม ซึ่งตามศักดิ์แล้ว

เป็นน้องของพระราชชายา ขณะนั้นอายุ ๒๐

พระราชชายาทรงเลี้ยงดูมาแต่อายุ ๗ ขวบ

ต่างพึงพอใจกัน จึงสมรสกับเจ้าบัวชุม

แต่มิได้มีบุตรธิดาด้วยกัน

เจ้าศุขเกษมและเจ้าบัวชุมครองคู่อยู่ด้วยกันเพียง ๗ ปี

เจ้าศุขเกษมก็สิ้นชนมชีพด้วยอายุเพียง ๓๓ ปีเท่านั้น

ต่อมาหลังจากที่มะเมียะทราบข่าวการสมรส

ระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศล (ยศของเจ้าน้อยฯ ในขณะนั้น)

กับเจ้าหญิงบัวนวล ณ เชียงใหม่

แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่

และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย

เพื่อแสดงความยินดีก่อนที่จะตัดสินใจครองตน

เป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต

แต่เจ้าน้อยศุขเกษม ซึ่งได้ยึดสุราเป็นที่พึ่ง

เพื่อดับความกลัดกลุ้มอันเกิดจาก

ความรักอาลัยในตัวมะเมียะ และตลอดเวลาที่ผ่านมา

ก็ไม่เคยมีความสุขในชีวิตเลยนั้น

ไม่สามารถหักห้ามความสงสารที่มีต่อมะเมียะได้

จึงไม่ยอมไปพบแม่ชีมะเมียะที่รออยู่

กลับมอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท

นำเงินจำนวน 800 บาท ไปมอบให้แม่ชีมะเมียะ

เพื่อใช้ในการทำบุญ

พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่ง

ให้เป็นตัวแทนของเจ้าน้อยฯ


เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้มะเมียะและเจ้าน้อยฯ

ต่างสะเทือนใจเป็นที่สุด หลังจากกลับไปเมืองมะละแหม่งแล้ว

มะเมียะได้ครองชีวิตเป็นแม่ชีตามความตั้งใจ

จนกระทั่งถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2505 รวมอายุได้ 75 ปี

ส่วนเจ้าน้อยฯ นั้น หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว

ก็ปล่อยให้ชีวิตจมอยู่กับความทุกข์ระทม

อันเนื่องมาจากความรักเรื่อยมา โดยมีสุราเป็นเครื่องปลอบใจ

กระทั่งถึงแก่ชีวิตด้วยวัยเพียง 38 ปีเท่านั้น



edit @ 2007/04/07 18:28:58
edit @ 2007/04/10 20:12:57

Comment

Comment:

Tweet


#8 by (114.48.50.49) At 2009-04-19 22:26,
อืม...

พอรุ้เรื่องนี้พอสมควรนะ

แต่ไม่ลึกขนาดนี้

เจ้าชายหน้าตาดีจัง...

อยากเห็นมะเมี้ยะจังง่า....

ขอบคุนคร้าบบที่เอามาให้ชม
#7 by j r the 1 (61.19.145.16) At 2008-07-01 13:44,
ม่ายด้ายอ่านอ่ะ...แต่ก็สนุกดี ชอบ...พลพรรคคนรักเตย
#6 by "N (O_O) N_ARCH" At 2007-06-05 20:49,


แวะมาเล่นน้ำสงกรานต์

ประแป้ง

ตามด้วย






แวะมาเล่นน้ำสงกรานต์

ประแป้ง

ตามด้วย




ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยม
รูปที่บล็อกเป็นรูปตัวเองค่ะ แต่ไม่ได้น่ารักหรอกนะคะ คนถ่ายเค้าเก่งน่ะค่ะ
#3 by hikaru At 2007-04-08 00:58,
ถ้าใครอ่านแล้วตัวหนังสือเล็ก..อ่านไม่รู้เรื่อง ลองรีเฟรชดูนะครับ คือ ผมแก้ไขไปแล้วแต่บางครั้งมันก็ยังแสดงแบบเดิมๆอยู่นะครับ ขอโทษนะครับ
#2 by Winter At 2007-04-07 21:19,
เรื่อเป็นอย่างนี้เอง.....

ตัวหนังสือเล็กไปนิดนึงเลยอ่านยากไปหน่อย > <
แต่ก็ขอบคุณมากนะคะที่มาเล่าให้ฟัง
เวลาฟังเพลงมะเมียะก็คิดอยู่นะว่ามันเป็นยังไง..
#1 by hikaru At 2007-04-07 21:02,